แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จองค์ปฐม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จองค์ปฐม แสดงบทความทั้งหมด

14 เมษายน 2566

พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

ให้เห็นอารมณ์จิตดิ้นรนของคนที่มีความโกรธ
พยาบาท อาฆาต ริษยา ปองร้าย เสมือนหนึ่ง
เห็นไฟแล้วพึงหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ หากเรา
หลีกเลี่ยง วางเฉยเข้าไว้ แล้วพยายามแผ่เมตตา
ให้มาก ๆ ทำจิตให้เยือกเย็นเหมือนกับพระพุทธรูป
พวกนี้ก็จักยิ่งดิ้นรนเร่งโหมไฟภายในของตน
ให้มากขึ้นเป็นธรรมดา

จักต้องแก้ที่ใจเรา รักษาอารมณ์จิตให้เยือกเย็น
อุปมาดั่งกับไฟมาต้องมือ เราต้องรีบชักมือหนีไฟ
จิตของเราก็ต้องฉันนั้น อย่าไปร้อนกับไฟของเขา
ปล่อยให้ไฟเผาไหม้เขาแต่เพียงผู้เดียวและให้
ยอมรับในกฎของกรรม อุปสรรคใด ๆ ที่เกิดกับเรา
ล้วนเป็นเศษกรรมในอดีตที่เราเคยทำไว้ทั้งสิ้น
จำไว้กรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ ถ้าไม่ยอมรับ
เรื่องมันก็ไม่จบ ให้ทำใจให้ยอมรับเสีย
จิตสงบเย็นลงมันก็จบ

ใครจักแกล้ง จักทำอะไร ก็เรื่องของเขา
กรรมของเขา อย่าไปคิดราวี หรือต่อกรรม
ให้เสียเวลาปฏิบัติธรรม ทุกอย่างจักสงบได้
ด้วยการละ-ปล่อยวางเท่านั้น ให้อดทน
เพราะไม่นานกฎของกรรมจักคลายตัวไปเอง
อย่าวิตกอะไรให้มาก อย่าไปคิดแก้ไขใคร
ให้แก้ไขใจของตนเอง เรื่องราวทั้งหมด
ก็จักจบไปเอง

คัดลอกจากหนังสือธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

**สมเด็จองค์ปฐม**ทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

**ทุกสิ่งในโลกตั้งความหวังไว้ไม่ได้ ถ้าเราเอาจิตไปหวังผู้ใด นั้นเป็นการหาทุกข์ใส่จิตแล้ว ตั้งความหวังเมื่อไหร่ ทุกข์ก็เกิดขึ้นกับจิตเมื่อนั้น**


**ให้เห็นความปรารถนาไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดาจงอย่าผิดหวังหรือเสียใจ อันเป็นอารมณ์ความเศร้าหมองของจิต จุดนี้เมื่อกำหนดรู้แล้ว ให้พิจารณาลงตัวธรรมดา ความผิดหวังหรือเสียใจก็ไม่มีให้เห็น เป็นธรรมดาให้หมด**

**ทุกสิ่งในโลกตั้งความหวังไว้ไม่ได้ถ้าเราเอาจิตไปหวังผู้ใด นั้นเป็นการหาทุกข์ใส่จิตแล้ว ตั้งความหวังเมื่อไหร่ ทุกข์ก็เกิดขึ้นกับจิตเมื่อนั้น เพราะอาการของการผิดหวังย่อมมีตามมาเป็นธรรมดา**

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๐ เดือนกันยายน ๒๕๔๐

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

#สมเด็จองค์ปฐม4** **#ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น4

08 มิถุนายน 2563

พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

จงรับรู้เอาไว้ในเรื่องต่างๆ แต่ก็จงอย่ากังวล
เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องของโลก ซึ่งมีอันแต่
จักฉิบหายไปในที่สุด โลกนี้ทั้งโลก
ไม่มีอะไรเหลือ จงอย่าเอาความกังวล
ไปเป็นจิตที่ผูกพันกับโลก ให้ปล่อยวาง
ลงไปเสีย ยุคสมัยทั้งหมดย่อมเป็นที่ลิขิต
มาแล้วโดยกฎของกรรม จงยอมรับนับถือ
ในกฎของกรรม

ทำกำลังใจให้เยือกเย็น มีอะไรก็ค่อยๆ
แก้ไขกันไป ไม่ว่าทางด้านจิตใจ หรือ
ความป่วยไข้ไม่สบายของร่างกาย
กำลังใจเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ จักต้องดูแลสิ่งนี้
ร่างกายรักษาได้เท่าที่จักทำได้ แต่ในที่สุด
ร่างกายก็ไม่มีอะไรเหลือ ผิดกับจิตใจ
ซึ่งอยู่กับเราไปตลอดกาล ตลอดสมัย

ไม่ว่าจักไปจุติอยู่กับภพใดๆ ก็เอาจิตใจนี้
ไปตลอด การจักไปพระนิพพาน ให้พ้น
เสียจากการเวียนว่ายตายเกิด ก็อาศัย
จิตใจนี่แหละ รักษากำลังใจไว้ให้ดี
บารมี ๑๐ จึงทิ้งไม่ได้ตลอดชีวิต

ในภาพอาจจะมี 1 คน

26 มีนาคม 2563

พุทธประวัติสมเด็จองค์ปฐม ตอนที่ 1

สมเด็จองค์ปฐม ทรงสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรก
แห่งโลกธาตุ ทรงค้นพบวิชาว่าด้วยการบำเพ็ญบารมี
เพื่อความพ้นทุกข์และสำเร็จตามพระประสงค์
จากนั้นทรงบัญญัติรวบรวมพระสูตรพร้อมทั้งทรงฝึกบุคคล
เพื่อให้ถึงความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร และฝึกบุคคล
เพื่อสืบทอดพุทธวงศ์ ดำรงไว้ซึ่งพระสัทธรรม
อันเป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์

ระยะเวลาที่ทรงตั้งพระทัยมั่น ค้นคว้าโดยไม่มีแบบอย่าง
และไม่มีครูผู้ฝึกเป็นเวลาประมาณมิได้

แค่พระพุทธเจ้าที่บำเพ็ญบารมีแบบ วิริยะธิกะพุทธเจ้า
ซึ่งมีการบำเพ็ญบารมียาวนานมากคือรวมทั้งสิ้น ๘๐ อสงไขย โดยแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ
ปรารถนาในใจ ๒๘ อสงไขย
เปล่งวาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓๖ อสงไขย
รวมเป็น ๖๔ อสงไขย จึงได้เป็นนิตยะโพธิสัตว์
รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก
จึงบำเพ็ญบารมีต่ออีก ๑๖ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
จึงจะถึงกาลมาตรัสรู้ได้

ดังนั้นพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมจะต้องทรงใช้เวลา
นานสักเท่าใดกว่าพระองค์จะทรงมาตรัสรู้สั่งสอนสรรพสัตว์
และสืบทอดพุทธวงศ์ได้ ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิด
พุทธวงศ์ พระสัทธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
และจุดประกายความสว่างในจักรวาล
ให้โลกได้เริ่มรู้จักการสั่งสมบุญบารมี

มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน

"มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน! 🇪🇬📐 เคยสงสัยไหมว่าข้างในพีระมิดมีอะไร? และมันยิ่งใหญ่แค่ไหน? วันนี้เ...