แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนิพพาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนิพพาน แสดงบทความทั้งหมด

01 พฤษภาคม 2566

การที่จักไปพระนิพพาน

**เราไม่สามารถบังคับร่างกายนี้ให้ทรงตัวเอาไว้ได้**
**สมเด็จองค์ปฐม**ทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

ร่างกายที่เห็นอยู่ทุกวัน มันมีความเสื่อมเป็นของธรรมดา มันเกิดมันตายอยู่ทุกวัน เป็นสันตติต่อเนื่องไม่ขาดสายจงพิจารณาร่างกายตามความเป็นจริงตามนี้ และให้เห็นจิตเกาะกายอยู่เป็นสำคัญ

**การที่จักไปพระนิพพาน จักต้องพิจารณาร่างกายนี้ตามความเป็นจริง เห็นความไม่ใช่เราในร่างกาย เห็นร่างกายที่มันเกิด มันดับอยู่เป็นปกติธรรมของร่างกาย เห็นไปถึงความเป็นจริงว่าเราไม่สามารถบังคับร่างกายนี้ให้ทรงตัวเอาไว้ได้ เห็นไปตามความเป็นจริงว่า ร่างกายนี้เบื้องหน้าจักต้องสลายตัวไปในที่สุด ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราหรือของใคร เป็นเพียงธาตุ ๔ อาการ ๓๒ ประชุมกันขึ้นมาด้วยอาศัยตัณหาเป็นเหตุ**

จงมองร่างกายให้เห็นชัด ปลดเปลื้องความอยากมีในร่างกาย อยากให้ร่างกายนี้ทรงอยู่ มองอารมณ์ทะยานอยากในร่างกายด้วยประการทั้งปวง อย่าไปแก้ที่ร่างกาย

ความอยากมี อยากให้ร่างกายทรงตัว จักต้องแก้ที่จิต เพราะนั่นเป็นตัณหาของจิต เป็นความทะยานอยากของจิต พึงระลึกนึกถึงเข้าไว้ให้ดี ๆ ร่างกายนี้มีปกติเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเป็นปกติ

**อย่าให้จิตเข้าไปฝืนร่างกาย ไม่ให้เป็นไปตามความเป็นจริงเท่านั้น สภาพจิตก็จักมีความสบาย ความเกาะติดในร่างกาย ก็จักค่อย ๆ น้อยลงไป มีการยอมรับนับถือกฎของธรรมดามากขึ้น การวางร่างกายได้มากเท่าไหร่ จิตก็ใกล้กับการไปพระนิพพานได้มากขึ้นเท่านั้น**

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๔ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ตอนหนึ่ง

พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน ผู้รวบรวม

#สมเด็จองค์ปฐม4** **#ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น4

**#**สมเด็จองค์ปฐม** #**ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้น

09 กุมภาพันธ์ 2561

ละสังโยชน์ 10 เป็นพระอรหันต์ทางสู่พระนิพพาน



สังโยชน์ ๑๐ เป็นอย่างไรครับ?
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม
จากหนังสือ "สู่แสงธรรม" โดย พล.อ.ต.มนูญ ชมภูทีป
"ครับ หลวงพ่อ แต่ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าพระอริยสงฆ์
องค์ใดท่านเป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี
หรือพระอรหันต์ล่ะครับ?" ข้าพเจ้ารีบถามต่อเพราะเห็น
หลวงพ่อเมตตา
"อ้าว! จะรู้ได้ก็ต้องเอาสังโยชน์ ๑๐ มาเป็นเครื่องมือวัดซิคุณ..!" หลวงพ่อตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วมันไม่ธรรมดาเลยเพราะคำว่า สังโยชน์ ๑๐ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเลย
จึงถามหลวงพ่อว่า "สังโยชน์ ๑๐ เป็นอย่างไรครับ หลวงพ่อ?"
"สังโยชน์ ๑๐ ก็แปลว่า กิเลสเป็นเครื่องร้อยรัดจิตใจให้ตก
อยู่ในวัฏฏะ มี ๑๐ อย่างด้วยกัน คือ
๑.สักกายทิฏฐิ เห็นว่าขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนี้เป็นของเรา เป็นของเรา เรามีในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕
มีในเรา
๒.วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัยและสงสัย
ในผลการปฏิบัติว่าจะไม่มีผลจริง
๓.สีลัพพตปรามาส รักษาศีลแบบลูบๆ คลำๆ คือ
ไม่รักษาศีลจริงจังเคร่งครัดตามพอสมควร
๔.กามราคะ มีจิตมั่วสุม หมกมุ่น ใคร่อยู่ในกามารมณ์เป็นปกติ
๕.ปฏิฆะ มีอารมณ์ผูกโกรธ จองล้างจองผลาญเป็นปกติ
๖.รูปราคะ ยึดถือมั่นในรูปฌาน โดยคิดเอาว่ารูปฌานเป็นคุณธรรมพิเศษสูงสุด ที่ทำให้พ้นจากวัฏฏะได้
๗.อรูปราคะ ยึดมั่นในอรูปฌาน โดยคิดเอาว่าอรูปฌานเป็นคุณธรรมพิเศษสูงสุด ที่ทำให้พ้นจากวัฏฏะได้
๘.อุทธัจจะ มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน ครุ่นคิดอยู่ในอกุศล
มีอกุศลวิตกเป็นอารมณ์
๙.มานะ มีอารมณ์ถือตัว ถือตน ถือชั้นวรรณะเกินพอดี
๑๐.อวิชชา มีความคิดเห็นว่า โลกามิส เป็นสมบัติที่
ทรงสภาพไม่เปลี่ยนแปลง ไม่สลายตัว
กิเลสทั้ง ๑๐ ประการนี้แหละ ท่านเรียกว่า สังโยชน์ ๑๐ ละ
เข้าใจไหม? จดทันไหม? แต่ความจริงไม่ต้องจดก็ได้
เพราะฉันจะเขียนไว้ให้ในคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน"
หลวงพ่ออธิบาย

30 มกราคม 2561

ถ้าปรารถนาจะถึงพระนิพพานแล้ว ต้องทำจิตใจของตนให้เป็นเหมือนแผ่นดิน

ดูกรอานนท์ อันว่าพระนิพพานนั้น
พึงให้ดูอย่างแผ่นพระธรณีมีลักษณะอาการฉันใด ก็ให้ตัวเรามีลักษณะอาการฉันนั้น
ถ้าทำได้เช่นนั้นก็ได้ชื่อว่าถึงพระนิพพานดิบ*
ถ้าทำไม่ได้แต่พูดว่าอยากได้ จะพูดมากมายๆเท่าไรก็ตาม ก็ไม่อาจที่จะได้จะถึงเลย
ถ้าปรารถนาจะถึงพระนิพพานแล้ว  ต้องทำจิตใจของตนให้เป็นเหมือนแผ่นดินเสียก่อน
ไม่ใช่เป็นของทำได้ด้วยง่าย ต้องพากเพียรลำบากยากยิ่งนักจึงจักได้
จะเข้าใจว่าปรารถนาเอาด้วยปากก็คงจักได้ อย่างนี้เป็นคนหลงไป ใช้ไม่ได้
ต้องทำตัวทำใจให้เป็นเหมือนแผ่นดินให้จงได้
ลักษณะของแผ่นดินนั้น คนแลสัตว์ทั้งหลายจะทำร้ายทำดี
กล่าวร้ายกล่าวดีประการใด มหาปฐพีนั้นก็มิได้รู้โกรธเคือง
ที่ว่าทำใจให้เหมือนแผ่นดินนั้น คือว่าให้วางใจเสีย
อย่าเอื้อเฟื้ออาลัยว่าใจของตน ให้ระลึกอยู่ว่าตัวมาอาศัยอยู่ไปชั่วคราวเท่านั้น
เขาจะนึกคิดอะไรก็อย่าตามเขาไป ให้เข้าใจอยู่ว่าเราอยู่ไปคอยวันตายเท่านั้น
ประโยชน์อะไรกับวัตถุข้าวของและตัวตนอันเป็นของภายนอก
แต่ใจซึ่งเป็นของภายในแลเป็นของสำคัญก็ยังต้องให้ปล่อยให้วาง
อย่าถือเอาว่าเป็นของๆตัว กล่าวไว้แต่พอให้เข้าใจเพียงเท่านี้โดยสังเขป
.
*เมื่อยังเป็นคนมีชีวิตอยู่ ได้เสวยพระนิพพานนั้นได้ชื่อว่า พระนิพพานดิบ
.
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า : คิริมานนทสูตร
เรียบเรียงโดยพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท )

มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน

"มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน! 🇪🇬📐 เคยสงสัยไหมว่าข้างในพีระมิดมีอะไร? และมันยิ่งใหญ่แค่ไหน? วันนี้เ...