10 พฤศจิกายน 2563
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สิ้นพระชนม์ ที่เมืองนครศรีธรรมราช จริงหรือ?
15 มิถุนายน 2563
15 มิถุนายน วันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเข้ายึดเมืองจันทบุรีได้สำเร็จ
วันนี้ในอดีต
15 มิถุนายน พ.ศ. 2310
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เข้ายึดเมืองจันทบุรีได้สำเร็จ
ความสำคัญของการที่ต้องยึดเมืองจันทร์ ก็เพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพลในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า
เมื่อวันที่ 3 มกราคม พระยาตากเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงต้องเสียทีแก่พม่า จึงตัดสินใจร่วมกับพระยาพิชัย พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี พร้อมด้วยทหารกล้าราว 500 คน มีปืนเพียงกระบอกเดียว แต่ชำนาญด้านอาวุธสั้น ยกกำลังออกจากค่ายวัดพิชัย และตีฝ่าวงล้อมทหารพม่าไปทางทิศตะวันออก มุ่งตรงไปยังบ้านโพธิ์สังหาร
รุ่งเช้า ได้ต่อสู้กับกองทหารพม่าจนล้มตายและบางส่วนแตกหนีไป ก่อนเดินทางไปตั้งค่ายพักอยู่บ้านพรานนก ในขณะนั้นมีทหารพม่ากองหนึ่งซึ่งประกอบด้วยทหารม้าประมาณ 30 คน ทหารเดินเท้าประมาณ 200 คน เดินทางมาจากแขวงเมืองปราจีนบุรี สวนทางมาพบทหารพระยาตากที่เที่ยวหาเสบียงอาหาร ทหารพม่าก็ไล่ตามมา แต่ถูกกลอุบาย "วงกับดักเสือ"ถูกตีกระหนาบจนแตกหนีไป
พวกราษฎรที่หลบซ่อนพม่าอยู่ ทราบข่าวพระยาตากรบชนะพม่าก็พากันเข้ามาสมัครเป็นพรรคพวก พระยาตากจึงให้ราษฎรไปเกลี้ยกล่อมหัวหน้านายซ่องมาสวามิภักดิ์ และให้นำช้างม้าพาหนะและเสบียงอาหารมาด้วย นายซ่องทั้งหลายไม่ยอมอ่อนน้อมก็ถูกปราบปรามจนราบคาบริบพาหนะ ผู้คน ช้าง ม้า และศาสตราวุธได้เป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้นเจ้าตากจึงยกกองทหารไปทางนาเริง เมืองนครนายก ผ่านด่านกบแจะ ข้ามลำน้ำปราจีนบุรี ไปตั้งพักอยู่ชายดงศรีมหาโพธิ์ ข้างฝั่งตะวันออก พม่าที่ตั้งทัพอยู่ปากน้ำเจ้าโล้ หรือปากน้ำโจ้โล้ เมืองฉะเชิงเทรา
"หนี" เพื่อเอาตัวรอด หรือว่า "หนี" เพื่อตั้งหลัก ?
ในเบื้องต้นมีการศึกษาและถกเถึยงกันว่าพระเจ้ากตาก หนี เพื่อเอาตัวรอด หรือว่า หนี เพื่อตั้งหลัก
ซึ่งสมเด็จฯกรมดดำรงราชานุภาพ ทรงตั้งข้อสังเกตุไว้ว่า เหตุผลเบื้องต้นของพระเจ้าตากเป็นการหนีเอาตัวรอดในตอนแรก และได้ก่อตั้งขบวนการกู้ชาติในภายหลัง และจากศึกษาของนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ซึ่งได้วิเคราะห์เส้นทางกู้ชาติเอาไว้ว่า
วันที่ 9 กองทัพพระเจ้าตากเดิมทัพข้ามแม่น้ำที่ด่านกบแจะ เมืองปราจีนบุรี ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ใช้พิจารณาว่า หนี เพื่อเอาตัวรอด หรือว่า หนี เพื่อตั้งหลัก
เพราะเป็นเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินทัพเก่าสมัยอยุธยาตอนต้นสำหรับเดินทัพไปรบกับเขมร และในช่วงเวลานั้นเขมรเปิดรับผู้ลี้ภัยสงครามคนสำคัญของไทยมากมายแต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วพระเจ้าตากได้วกลงใต้ไปยังทุ่งศรีมหาโพธิ์
ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปฉะเชิงเทราและชลบุรี ซึ่งแสดงว่าพระเจ้าตากไม่ได้มีจุดหมายเพื่อหนี้ไปพึ่งเขมรแน่นอน
ทำไมพระเจ้าตากเลือกที่จะหนีไปทางตะวันออก?
ก่อนอยุธยาจะแตก หัวเมืองทั้งเหนือ ใต้ และตะวันตก ล้วนโดนควบคุมคุกคามอย่างนัก ในขณะที่หัวเมืองตะวันออกชายทะเลแทบจะไม่ถูกพม่ารบกวนเลย รวมทั้งเป็นดินแดนที่มีชาวแต้จิ๋วตั้งถิ้นฐานอยู่
พระยาตากได้ยกกองทัพผ่านเมืองฉะเชิงเทรา ชลบุรี แล้วจึงเดินทางต่อไปยังบ้านนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง เมื่อถึงเมืองระยอง เจ้าเมืองระยองซึ่งได้ยินกิติศัพท์ของพระยาตากก็ยอมอ่อนน้อมเชิญให้เข้าเมือง
นับตั้งแต่ได้ถอนตัวออกจากการป้องกันพระนครนั้น ภายในเวลาไม่ถึงเดือน ก็สามารถยึดเมืองระยองเป็นที่มั่นได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่เหนือกว่าชุมนุมอื่น ๆ ในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา
ชุมนุมกู้ชาติของพระเจ้าตากเริ่มต้นเมื่อใด?
หลังจากเดินทัพออกจากอยุธยา 23 วัน หรือก่อนกรุงแตก 3 เดือน พระเจ้าตากได้ประกาศตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าที่เมืองระยอง ทรงตรัสไว้ว่า...
"เราจะตั้งตัวเป็นเจ้า ให้คนทั้งหลายนับถือยำเกรงจงมาก การซึ่งจะก่อกู้แผ่นดินจึงจะสำเร็จโดยง่าย"
ซึ่งในที่สุดก็เป็นผลดังที่ตั้งใจไว้คือ มีบรรดาไทยจีนและผู้นำท้องถิ้นมาขอพึ่งพระบารมีเป็นอันมาก
การประกาศยึดเมืองระยองได้กระทำกลางทุ่งนาและไพร่พลจำนวนมาก พระยาตากได้ประทับ ณ บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล และได้ประกาศแสดงแสนยานุภาพ แล้วเกิดพายุหมุนจนทำให้ต้นตาลต้นหนึ่งหมุนเป็นเกลียว เมื่อพายุหมุนหยุดแล้ว ต้นตาลที่หมุนจึงขดเป็นวงไม่คลายตัว
ปัจจุบันต้นตาลต้นนั้นยังอยู่หน้าวัดประดู่ ชาวบ้านเรียกกันว่า ตาลขด
หลังจากนั้น บรรดาแม่ทัพนายกองที่สวามิภักดิ์ ต่างพร้อมใจกันยกพระยาตากขึ้นเป็นผู้นำขบวนการกอบกู้แผ่นดิน และเรียกพระยาตากว่า เจ้าตาก
นับตั้งแต่นั้นมา ถึงแม้จะเป็นเสมือนผู้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง แต่เจ้าตากก็ระวังตนมิได้คิดตั้งตัวเป็นกบฏ ให้เรียกคำสั่งว่าพระประศาสน์อย่างเจ้าเมืองเอกเท่านั้น
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยาได้ในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 พม่าจุดไฟเผาเมืองจนวอดวาย พระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่า มีพระบรมราชโองการให้จับพระเจ้าแผ่นดิน พระบรมวงศานุวงศ์ และรวบรวมสมบัติทั้งหมดของอยุธยาส่งกลับไปพม่า
ข่าวกรุงแตกได้แพร่กระจาย ขณะที่พระยาตากอยู่ที่เมืองระยอง พระยาตากจึงได้ประกาศตนเป็นผู้นำในการที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนา และกอบกู้กรุงศรีอยุธยาให้กลับรุ่งเรืองดังเดิม
เจ้าตากเดินทัพจากระยองผ่านแกลงเข้าบางกระจะ มุ่งยึดจันทบุรี เจ้าเมืองจันทบุรีไม่ยอมสวามิภักดิ์ ในคราวนั้นเจ้าเมืองจันทบุรีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจันทบุรีเดิม) ชึ่งราษฎรเลือกขึ้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา โดยหวังว่าพระยาจันทบูรณ์จะช่วยปกป้องรักษาเมืองจันทบุรีให้อยู่รอดสืบต่อไป
พระยาจันทบูรณ์ได้ต่อต้านกองทัพของเจ้าตาก โดยได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองจันทบุรีอยู่รอดเป็นอิสระ
เจ้าตากต้องการยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นที่มั่น เพื่อรวบรวมกำลังกลับมาตีพม่า จึงสั่งทหารทุกคนว่า
"เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ ก็จะให้ได้ตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว"
ในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 ครั้นถึงเวลา 19.00 น. เจ้าตากจึงได้สั่งให้ทหารไทยและจีนลอบเข้าไปอยู่ตามสถานที่ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ให้คอยฟังสัญญาณเข้าตีเมืองพร้อมกัน
เมื่อถึงเวลาจึงให้โห่ขึ้นให้พวกอื่นรู้ เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชร ให้ยิงปืนสัญญาณ พร้อมกับบอกพวกทหารเข้าตีเมืองพร้อมกัน
ส่วนเจ้าตากก็ไสช้างเข้าพังประตูเมืองจนทำให้บานประตูเมืองพังลง ทหารเจ้าตากจึงกรูกันเข้าเมืองได้ พวกชาวเมืองต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีไป
ส่วนพระยาจันทบุรีก็พาครอบครัวลงเรือหนีไปยังเมืองบันทายมาศ
เจ้าตากตีเมืองจันทบุรีได้ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน
ซึ่งเมื่อครั้งหนีออกจากอยุธยานั้นทรงมีไพร่พลติดตามไม่ถึง 1000 นาย แต่หลังจากตั้งตนเป็นเจ้าแล้ว กองทัพกู้ชาติอันเป็นกองกำลังผสมไทยจีนที่ก่อตั้งที่ระยองเพิ่มขึ้นเป็น 5000 น
ซึ่งเป็นกองกำลังสำคัญในการบุกยึดเมืองจันทรบุรี แล้วยกทัพเรือกลับมายึดธนบุรี จนกะทั้งตีพม่าแตกพ่ายที่ค่ายโพธิ์สามต้น ปิดฉากการเสียกรุงสำเร็จภายในเวลาเพียง 9 เดือน
ภาพประกอบ : พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า พร้อมทหารคู่พระทัยทั้งสี่ คือพระเชียงเงิน หลวงพิชัยอาสา หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสน่หา ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี สร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการกอบกู้บ้านเมือง ตามความตั้งใจของพระองค์ที่ทรงเลือกจังหวัดจันทบุรีเป็นที่รวบรวมกำลังพล
ที่มา
ที่มา อัษฏางค์ ยมนาค
31 พฤษภาคม 2563
ความสัมพันธ์ของสามเณรน้อย(อดีตชาติสมเด็จพระเจ้าตากสิน) กับหลวงพ่อทวด
ในสมัยสมเด็จเจ้าพะโคะ พำนักอยู่วัดพะโคะครั้งนั้น
...อยู่มาคืนวันหนึ่ง มีคนแก่ถือดอกไม้เดินเข้ามา
...สามเณรน้อยมีความปีติยิน
จากวัดไป สามเณรเดินทางตรากตรำลำบากไ
...วันหนึ่งต่อมา สามเณรน้อยเดินทางเข้าเขตวั
...พอถึงเวลาพระภิกษุทั้งหล
...พระภิกษุตอบว่า ยังมีสมเด็จอยู่อีกองค์ วันนี้ไม่มาลงอุโบสถ สามเณรทราบดังนั้นก็กราบลาพ
...ครั้นถึง สามเณรก็คลานเข้าไปใกล้ ก้มกราบนมัสการอยู่ตรงหน้าส
...สามเณรได้ฟังดังนั้น พลันก็รู้แจ้งแก่ใจ ตามนิมิตที่คนแก่บอกว่า หากผู้ใดรู้จักกำเนิดของดอก
แหละเป็น "องค์พระศรีอริยะ" ที่จุติมาเกิดในเมืองมนุษย์
...เมื่อสมเด็จเจ้าพะโคะรับ
...การหายตัวไปของสมเด็จเจ้
ด้วยอำนาจบุญญาบารมีอภินิหา
...ตามที่ได้กล่าวเล่าลือกั
...เมื่อดวงไฟนั้นลอยวนเวีย
29 พฤษภาคม 2563
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน
"มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน! 🇪🇬📐 เคยสงสัยไหมว่าข้างในพีระมิดมีอะไร? และมันยิ่งใหญ่แค่ไหน? วันนี้เ...
-
พระหลวงพ่อทวด ชุดนี้จัดสร้างโดยมีพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ดำเนินการร่วมกับพระครูสมุห์อำพล วัดประสาทบุญญาวาสใ พิธีปลุกเสกเมื่อวัน...
-
"มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน! 🇪🇬📐 เคยสงสัยไหมว่าข้างในพีระมิดมีอะไร? และมันยิ่งใหญ่แค่ไหน? วันนี้เ...
-
หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง - พลังจตุธาตุหนักแน่นเช่นเดิม มาเต็มๆ 100 ทุกพลังธาตุ ตามมาตรฐานหลวงปู่ทิม เช่นเดียวกับกระแสพลังธาต...




