แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัวสี่เหล่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัวสี่เหล่า แสดงบทความทั้งหมด

24 พฤษภาคม 2566

บัวสี่เหล่า

๑. อุคฆฏิตัญญู(บัวพ้นน้ำ) คือ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วเปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำเมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

๒. วิปจิตัญญู(บัวปริ่มน้ำ) คือ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติมจะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

๓. เนยยะ(บัวใต้น้ำ) คือ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธาปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

๔. ปทปรมะ(บัวจมน้ำ) คือ พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิแม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

~~~~~~~~~~~~~~~~~
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม : 
ความจริงแล้ว พระพุทธเจ้าเล่าพุทธประวัติด้วย
พระองค์เอง ว่าพิจารณา ดอกบัว 3 เหล่า คือ บัวปทุม บัวอุบล บัวบุณฑริก บางดอกของแต่ละเหล่า อยู่ในน้ำ 3 ระดับ คือ ในน้ำ ปริ่มน้ำ และ พ้นน้ำ

แต่อรรถกถาเป็นแบ่งเป็น 4 เหล่าโดยแบ่งตาม
ระดับที่อยู่ในน้ำ คือ พื้นน้ำ ในน้ำ ปริ่มน้ำ และ
พ้นน้ำ เปรียบเทียบกับคน 4 จำพวกคือ ปทปรมะ
เนยยะ วิปัจจิตัญญู และ อุคฆฏิตัญญู ตามลำดับ
#บัวสี่เหล่า

อ้างอิง:
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/m_siri.php?B=4&siri=6

15 มกราคม 2561

บัวสี่เหล่าก็คือระดับจิตของสัตว์ ดังนั้นกรรมจึงไม่เท่ากัน




พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

อย่าใส่ใจกับจริยาของผู้อื่น กิจของเขา
เราสงเคราะห์แล้ว เขาจักทำตามหรือไม่
ก็เรื่องของเขา จงอย่าไปสนใจ จงอย่าคิดว่า
ทุกคนจักทำตามเรา หรือเราสามารถที่จักทำ
ให้ทุกคนทำตามใจเรา
นั่นคือการหลงผิดไปได้ โดยแท้จริงทุกคน
ต่างคนต่างมีความคิด-มีความเชื่อไปตาม
อุปาทานของแต่ละคน ทิฐิใคร-ทิฐิมัน
ไม่มีใครสามารถที่จักโน้มน้าวจิตใจ-
ความคิดคำนึงของคนต่าง ๆ ให้ไป
ในทางเดียวกันได้
แม้แต่พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ก็ทำไม่ได้
แล้วก็ไม่ทำด้วย เพราะทุก ๆ พระองค์ทรงเห็น
กฎของกรรม หรือธรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์
จิตของสัตว์มีความแตกต่างกัน แบ่งไปตาม
บารมีของตน ๆ ที่บำเพ็ญกันมา
จำแนกแล้วก็ได้ ๔ อย่าง บัวสี่เหล่าก็คือ
ระดับจิตของสัตว์ ดังนั้นกรรมจึงไม่เท่ากัน
จิตจึงไม่สามารถโน้มน้าวไปได้ในทางเดียวกัน
พระตถาคตทั้งหลายรู้ดังนี้ จึงช่วยสงเคราะห์
ได้เท่าที่จักสงเคราะห์ได้ ในระดับจิตที่
สงเคราะห์ไม่ได้ ก็ต้องปล่อยวาง
ไม่เป็นธุระเสียทุกเรื่อง


ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน

"มหาพีระมิดแห่งกิซา" ความลับทางวิศวกรรมเมื่อ 4,500 ปีก่อน! 🇪🇬📐 เคยสงสัยไหมว่าข้างในพีระมิดมีอะไร? และมันยิ่งใหญ่แค่ไหน? วันนี้เ...